Skip to content

ความรู้สึก “ผิด” ของแม่?

  นิตยสาร Modern Mom
ปีที่ 13 ฉบับที่ 149 มีนาคม 2551 
เรื่อง:  ความรู้สึก “ผิด” ของแม่? 
ผู้เขียน: ยุพา เพ็ชรฤทธิ์ 
URL:
www.raklukefamilygroup.com




                 เคยรู้สึก'ผิด'กับบทบาท คุณแม่ของตัวเองมั้ยคะ ดิฉันเคยเป็นบ่อยๆ โดยเฉพาะตอนที่ลูกทั้ง 3 ยังเล็กมาก เช่น รู้สึกผิดว่าน่าจะดูแลลูกได้ดีกว่านี้ตอนเขาป่วยและชักครั้งแรก  น่าจะควบคุมตัวเองได้ดีกว่านี้เมื่อโกรธและระเบิดอารมณ์กับลูก  น่าจะสร้างวินัยให้ลูกมากกว่านี้ น่าจะ...ฯลฯ    หรือบางครั้งดิฉันก็หวั่นไหวว่าเราให้สิ่งที่ดีที่สุดกับลูกแล้วหรือยัง  
                  แม่ยุคนี้ ”รู้” มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องพัฒนาการของสมอง สติปัญญาและอารมณ์การรู้มาก บางครั้งก็นำมาซึ่งปัญหา  เพราะบางทีเราไม่รู้ว่าจุดพอดีอยู่ตรงไหน  เนื่องจากคำว่า ”พอดี” ฟังดูง่ายในเชิงทฤษฎี แต่ในชีวิตจริงเชื่อว่าต้องหวั่นไหวกันบ้างล่ะว่า  “ลูกเราจะดูแลตัวเองได้มั้ย?” “ลูกคนอื่นทำไมรู้เยอะจัง!” “ทำไมเราไม่สามารถหาสิ่งที่ดีกว่านี้ให้ลูกได้” 

เชื่อไหมคะว่าไม่ ใช่ดิฉันหรือเพื่อนๆ คุณแม่เท่านั้นที่ตั้งคำถามเหล่านี้กับตัวเอง (มากบ้างน้อยบ้าง) แต่ความรู้สึกเช่นนี้เกิดขึ้นกับแม่ทั่วโลก 



 ความรู้สึก “ผิด” ของแม่?

                ดิฉันอ่านเจองานสำรวจชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับคุณแม่ในประเทศสหรัฐอเมริกา จัดทำโดยบริษัทวิจัยชั้นนำของโลกชื่อ TNS พบว่าคุณแม่จำนวนมากรู้สึก”ผิด” ที่ไม่ได้เป็นแม่ที่ดีกว่านี้  ทั้งแม่ที่เป็นหญิงทำงานและแม่บ้าน  คุณแม่ที่ทำงานนอกบ้านมักรู้สึกผิดว่ามีเวลาให้ลูกน้อย  ส่วนแม่บ้านมักมีปัญหาว่าไม่สามารถสร้างระเบียบวินัยให้ลูกได้  ส่วนเรื่องที่รู้สึกผิดร่วมกันคือไม่แน่ใจว่าได้ให้การศึกษาที่ดีที่สุดแก่ ลูกแล้วยัง   นำลูกไปถูกทางแล้วยัง  บางคนรู้สึกว่าตัวเองเข้มงวดเกินไป  บางคนรู้สึกผิดเมื่อเห็นลูกอยู่ในอาการเบื่อแล้วช่วยลูกไม่ได้ก็รู้สึกผิด  อ่านงานวิจัยชิ้นนี้แล้วทำให้รู้สึกว่ามีเพื่อนร่วมชะตากรรมไม่น้อยเลยล่ะ ค่ะ
              งานวิจัยนี้ยังพบว่าความสัมพันธ์แม่ลูกนั้นถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น  91 % ของแม่ที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับแม่ของตัวเองจะเป็นแม่ที่ใกล้ชิดกับ ลูก    72 %  คิดว่าการเลี้ยงลูกสมัยนี้ยากกว่าตอนตัวเองเป็นเด็ก  จำนวนของลูกก็ส่งผลต่อความรู้สึกของแม่  ยิ่งมีลูกมากยิ่งรู้สึกผิดมาก  เขาพบว่า 41 %  ของคุณแม่ที่มีลูกคนเดียวรู้สึก ”ผิด” เป็นบางครั้ง  ในขณะที่ 52 % ของคุณแม่ลูกสองจะรู้สึกผิดในระดับเดียวกัน   และ  63 % สำหรับแม่ที่มีลูก 3 คน


ความเครียดของแม่  

                  Dr. Suniya Luthar นักวิชาการด้านจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยโคลัมเบียที่สหรัฐได้ศึกษาเรื่องความ เครียดของแม่  เธอทำการเซอร์เวย์แบบออนไลน์กับคุณแม่อเมริกันทั้งที่เรียนสูงๆ และเรียนจบระดับมัธยมปลาย  ทั้งรายได้น้อยถึงรายได้สูง  พบว่าแม่สมัยนี้กำลังทำร้ายตัวเอง  และแม้จะบอกใครๆ ว่าตัวเองมีความสุข  หรือดูเป็น super mom  แต่ลึกๆ แล้วจำนวนมากมี “ความโกรธ  ความอยากและความโดดเดี่ยวซ่อนอยู่ในใจ เหมือนระเบิดเวลาที่กดปุ่มเมื่อไร มันจะทำงานเมื่อนั้น” 
จากการสำรวจพบว่าแม่ที่การศึกษาน้อยกว่าจะไม่ ค่อยรู้สึกพอใจในชีวิตโดยรวม แต่พอใจในความเป็นแม่  ในขณะที่แม่ที่เรียนสูงๆ มักมีความพึงพอใจในชีวิตแต่มักมีความกังวลสูง เธอบอกว่าเราควรใส่ใจแม่กลุ่มนี้ให้ดีเพราะลูกๆ ของพวกเธอกำลังจะเติบโตขึ้นเป็นผู้นำรุ่นต่อไป (คงเพราะมีโอกาสมากกว่า)
                 นอกจากนี้เธอยังพบว่าตัวการความเครียดของเด็กสมัยนี้มาจาก ”คุณแม่” เพราะแม่กำลังยัดเยียดให้ลูกๆ ทำกิจกรรมต่างๆ มากเกินไป  “เรากำลังวิ่งไปทั่วเหมือนไก่ตื่น  แล้วคุณหล่ะคิดอย่างไร?” 

ส่วนนี้แหละค่ะที่ดิฉันถามตัวเองอยู่บ่อยๆว่า “แค่ไหนคือพอดี?” ก็เด็กสมัยนี้เก่งๆ กันทั้งนั้นทั้งดนตรี กีฬา ศิลปะนี่ขนาดยังไม่รวมวิชาการนะ???

เวลาคุณภาพ?

                  ดิฉันไม่ค่อยรู้สึกตื่นเต้นกับบทความของ Dr.Luthar เท่ากับความเห็นจากผู้อ่านโดยเฉพาะรายที่บอกว่าเธอมีดีกรีเป็น Ph.D  “แม่ที่ร่ำรวย  เงินดี งานดี มีอำนาจมักภูมิใจกับตัวงานน้อย  เมื่อเทียบกับรายได้มหาศาล  และไม่สามารลงจากหลังเสือได้  ลูกๆ ของพวกเธอก็มักเป็นเช่นนั้น… คุณแม่ทำงานมักมีปัญหาเรื่องให้เวลากับลูก  และพวกเธอ  (ซึ่งเป็นคุณแม่ที่รู้สึก ”ผิด” กับการไม่มีเวลาให้ลูก) นี่แหละที่น่าจะเป็นคนบัญญัติคำว่า quality time หรือเวลาคุณภาพ...ที่จริงแล้วไม่มีคำว่าเวลาคุณภาพ เพราะธรรมชาติสร้างให้ผู้ใหญ่ (พ่อแม่) ต้องอยู่กับเด็ก (เล็ก)  การจะมีเวลาเพียง 5 นาที 10 นาทีหรือ 1 ชั่วโมงจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีคุณภาพ  อย่างไรก็ตามเธอทิ้งท้ายว่าในที่สุดแล้วสังคมต้องลงมารับผิดชอบเรื่องการ เลี้ยงดูเด็ก  และไม่ถูกต้องที่จะคิดว่างานอาชีพหนึ่งๆ จะให้ใครทำก็ได้ เพราะงานบางอย่างไม่เหมาะกับแม่ลูกอ่อน



* * * * * * * ********
 

Top